fbpx

จิตวิทยาการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ ในประเทศไทย

จิตวิทยาการตลาดอินฟลูเอนเซอร์

ในไม่กี่ปีที่ผ่านมา อินฟลูเอนเซอร์มาร์เก็ตติ้งนั้นกลายเป็นที่พูดถึงในหมู่นักการตลาดอย่างรวดเร็ว การเพิ่มขึ้นของบัญชีผู้ใช้โซเชียลมีเดียขับเคลื่อนแบรนด์และธุรกิจในการใช้อินฟลูเอนเซอร์เพื่อสร้างยอดขายหรือแม้กระทั่งสร้างการรับรู้ถึงแบรนด์ อย่างไรก็ตามการมีฐานผู้ชมมากมายไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ทำให้กลยุทธิ์ของอินฟลูเอนเซอร์มาร์เก็ตติ้งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวหากแต่ต้องมีจิตวิทยาทางการตลาดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้นบทความนี้จะกล่าวถึง จิตวิทยาการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ ที่ซับซ้อน

จิตวิทยาการตลาดอินฟลูเอนเซอร์

อย่างแรกเรามาดูกันที่ข้อมูลเชิงสถิติกันก่อน แบรนด์ต่าง ๆ ได้มีการว่าจ้างอินฟลูเอนเซอร์กว่าพันคนในทุก ๆ วัน เพื่อทำการโปโมทสินค้าของตน และจากรายงานพบว่า

  • การทำการตลาดบนแพลตฟอร์มของอินฟลูเอนเซอร์เองนั้นทำให้ค่า ROI เพิ่มขึ้น 11 เท่ามากกว่ากลยุทธิ์ทางการตลาดอื่น ๆ
  • 94% ของแบรนด์ที่ใช้การตลาดประเภทนี้ พบว่าได้ผลลัพธ์ที่ดีและน่าพึงพอใจ
  • ราว 33% ของลูกค้าได้รับอิทธิพลจากการใช้วิธีนี้บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ

แต่อะไรคือ จิตวิทยาของการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ และ Influencer House สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างไร สรุปได้ว่าการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ทำงานเข้ากันได้ดีกับสมองของเรา เนื่องจากเป็นการ synchronization กับพฤติกรรมตามธรรมชาติของเราจึงอาจมีประสิทธิภาพและเป็นที่ยอมรับได้มาก มีสาเหตุหลายประการที่ทำให้การตลาดอินฟลูเอนเซอร์ได้รับการอนุมัติทางจิตวิทยา อย่างไรก็ดีคุณควรรู้ไว้ว่าไม่ใช่ทุกปัจจัยจะได้ผลกับทุกคน แต่โดยรวมแล้วรูปแบบการตลาดนี้เป็นวิธีที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในการกำหนดเป้าหมายตามอารมณ์ของผู้บริโภค

อำนาจและความน่าเชื่อถือ

สิ่งแรกและเป็นสิ่งที่สำคัญคือ อินฟลูเอนเซอร์มีความน่าเชื่อถือสำหรับผู้ชมและนั่นทำให้พวกเขาดูมีอำนาจในการทำการตลาด มันเป็นเรื่องธรรมดาที่มนุษย์เราจะเชื่อผู้ที่มีอำนาจมากกว่าในสิ่งที่เขาพูดหรือแนะนำ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเราเชื่อว่าพวกเขาเหล่านั้นมีความรู้และเชี่ยวชาญมากกว่าในเรื่องที่พวกเขากำลังให้คำแนะนำ นั่นทำให้ผู้คนมองว่าพวกเขาน่าเชื่อถือและพึ่งพาได้ เครดิตเหล่านี้มาจากหลากหลายปัจจัย เช่น จำนวนยอดผู้ติดตาม การมีส่วนร่วม และคอนเทนต์ที่ถูกโพสต์ลงบนแพลตฟอร์ม สองปัจจัยแรกแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของอินฟลูเอนเซอร์บนโลกโซเชียลมีเดีย คอนเทนต์ที่ถูกโพสต์ร่วมทั้งคุณภาพและความเกี่ยวข้องของคอนเทนต์ทำให้แพลตฟอร์มของพวกเขากลายเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญและแรงบันดาลใจให้ผู้ติดตาม มากจนพวกเขาอาจกำหนดเทรนด์ใหม่สำหรับวัฒนธรรมโดยใช้อำนาจที่แตกต่าง

ยิ่งไปกว่านั้นความสามารถของอินฟลูเอนเซอร์อาจสามารถไปไกลกว่านั้น ด้วยวิธีการที่เรียกว่า halo effect พวกเขาสามารถเข้าไปในพื้นที่ความเชี่ยวชาญด้านอื่น ๆ ด้วยอำนาจที่พวกเขามี หรือก็คือความน่าเชื่อถือของผู้มีอิทธิพลมีผลทำให้การตลาดอินฟลูเอนเซอร์ประสบความสำเร็จ

ข้อมูลส่วนเกิน

อินเทอร์เน็ตทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ด้วยการแตะเพียงไม่กี่ครั้งบนแป้นพิมพ์ แต่ความจริงคือมีเพียงผู้ใช้ไม่กี่คนที่ทำการค้นหาอย่างจริงจังและถึงแม้พวกเขาทำพวกเขาก็มักจะไม่ค่อยพบเจอแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือสักเท่าไหร่ วิธีการทำงานของสมองช่วยป้องกันให้เราไม่สนใจแหล่งข้อมูลเหล่านั้น และนับว่าเป็นสแปมไปโดยปริยาย และนี่คือจุดที่การตลาดอินฟลูเอนเซอร์มีบทบาท เนื่องจากเหล่าอินฟลูเอนเซอร์มีความเชื่อมโยงกับผู้ติดตามอยู่แล้วไม่ว่าจะมากหรือน้อย พวกเขาสามารถเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้และนั่นทำให้ข้อมูลจากเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ผ่านการคัดกรองจากสมองของเรานั่นเอง

ระยะห่างทางสังคม

ระยะห่างและตำแหน่งของบุคคลสามารถส่งผลต่อความประทับใจและความคิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่มีระหว่างกันและในทางกลับกันยังส่งผลต่อมุมมองที่ว่าพวกเขาเข้าถึงได้มากขนาดไหน เราสามารถนำไอเดียนี้มาปรับใช้กับอินฟลูเอนเซอร์มาร์เก็ตติ้งได้ อินฟลูเอนเซอร์ ถึงแม้จะถูกมองว่าเป็นไอดอลสำหรับผู้ติดตาม แต่ก็ยังเป็นผู้ที่สามารถเข้าถึงได้และมีปฏิสัมพันธ์ได้ง่ายกว่าบุคคลสาธารณะอื่น ๆ (นางแบบคนดัง ฯลฯ ) หากเราผสมสานคุณสมบัตินี้เข้ากับความเชี่ยวชาญในสิ่งที่พวกเขามี พวกเขาสามารถทำให้ผู้ติดตามของพวกเขามองพวกเขาเป็นแบบอย่าง ความใกล้ชิดทางสังคมเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การตลาดแบบอินฟลูเอนเซอร์นั้นคุ้มค่า

ความลำเอียงบนความสวยงาม

นี่เป็นวิธีที่น่าสนใจมากที่จิตวิทยาของ Influencer Marketing อาจได้ผล พูดง่าย ๆ คือคนที่น่าดึงดูด และมีกายภาพที่งดงามและคาริสม่า อาจมีอำนาจมากกว่าแม้ว่าจะไม่มีความเชี่ยวชาญมากนักก็ตาม การใช้เคล็ดลับนี้ทำให้แบรนด์สามารถโปรโมตผลิตภัณฑ์ของตนผ่านแพลตฟอร์มของอินฟลูเอนเซอร์ในประเทศไทยได้

หลักฐานทางสังคม

แนวคิดหลักที่อยู่เบื้องหลังหลักฐานทางสังคมคือ หากคนอื่นก็กระทำ เช่นนั้นการกระทำนั้นก็อาจถูกต้องเช่นกัน ตัวอย่างเช่นแฟชั่นลุคใหม่ที่มีการแชร์และกดไลค์ซ้ำ ๆ และค่อย ๆ กลายเป็นเทรนด์ใหม่ในโลกโซเชียลมีเดียและไปอยู่ในตู้เสื้อผ้าของหลาย ๆ คน นี่เป็นเพียงตัวอย่างว่า จิตวิทยาการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ ทำงานอย่างไร เนื่องจากผู้ใช้โซเชียลมีเดียมองหาการยืนยันและความถูกต้องเกี่ยวกับตัวเลือกของพวกเขา พวกเขาจึงมองหาแบบอย่างของตน การใช้อินฟลูเอนเซอร์ที่พวกเขาชื่นชอบเป็นทางเลือกนึงที่ดีในการช่วยพวกเขาให้ตัดสินใจ

ความปรารถนาที่จะตอบแทน

มันเป็นเรื่องธรรมชาติที่มนุษย์อยากจะตอบแทน สิ่งนี้สามารถตีความในทางจิตวิทยาของการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ได้ว่า เป็นความปรารถนาที่จะตอบสนองและมีปฏิสัมพันธ์ต่ออินฟลูเอนเซอร์ ความเชื่อมโยงระหว่างทั้งสองฝ่ายอาจกระตุ้นให้ผู้ชมกดไลค์ แสดงความคิดเห็น หรือแม้กระทั่งซื้อสินค้าที่อินฟลูเอนเซอร์แนะนำในบางครั้ง และเทคนิคนี้มีประโยชน์ต่อการทำให้อินฟลูเอนเซอร์มีสัมพันธ์กับผู้ติดตามมากยิ่งขึ้น และเหล่าผู้ติดตามก็เต็มใจที่จะมีส่วนร่วมและตอบสนองมากขึ้นนั่นเอง

การเปิดเผย

การที่เราเปิดเผยต่อไอเดียๆ หนึ่งหรือวัตถุบางอย่างสามารถส่งผลต่อพฤติกรรมของเรา ในเชิงของภาษาการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ นี่หมายถึงว่า หากเราได้รับยอดผู้รับชมยิ่งสูงเท่าไหร่ก็จะยิ่งได้รับความสนใจจากผู้ชมมากขึ้นเท่านั้น นี่เป็นวิธีง่ายๆ แต่มีประสิทธิภาพที่ จิตวิทยาการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ ทำงาน

Influencer House 

Influencer House เป็นเอเจนซี่เกี่ยวกับการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ที่มีเทคโนโลยีสุดล้ำที่ผสมผสานการบอกเล่าเรื่องราวอย่างสร้างสรรค์ไปกับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติ และ ระบบ AI ที่สามารถการันตีผลลัพธ์ได้ไม่ว่าเป้าหมายของท่านจะเป็นอย่างไร

หากท่านสนใจเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Influencer House และ Influencer House สามารถช่วยในแคมเปญของท่านได้อย่างไร สามารถเข้าไปหาคำตอบได้ที่ www.influencerhouse.co.th หรือส่งอีเมลล์มาที่ inquiries@influencerhouse.co.th

 

Menu